ปิยะรัฐชย์” ติดตามงานวิจัยข้าวและนวัตกรรมการเกษตรจังหวัดพิษณุโลก พร้อมเร่งรัดโครงการประตูระบายน้ำท้ายเมือง เสริมความมั่นคงด้านน้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร

วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามผลการดำเนินงานด้านการเกษตรในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก โดยมี นายศักดิ์สิทธิ์ ศรีวิชัย เกษตรจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดพิษณุโลก และเกษตรอำเภอในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ทั้ง 6 จุด เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและบูรณาการข้อมูลด้านการเกษตรในพื้นที่

ในการลงพื้นที่จุดที่ 3 ณ ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ติดตามความก้าวหน้าด้านการพัฒนาพันธุ์ข้าวและการกระจายเมล็ดพันธุ์คุณภาพสู่เกษตรกร โดยหน่วยงานได้นำเสนอผลงานการพัฒนาพันธุ์ข้าวจำนวน 14 สายพันธุ์ รวมถึงนวัตกรรมการปรับแต่งจีโนม (CRISPR/Cas9) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการพัฒนาพันธุ์ข้าวแห่งอนาคต เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของภาคการเกษตรไทย ขณะที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิษณุโลกได้นำเสนอระบบการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ผ่านเครือข่ายศูนย์ข้าวชุมชน กลุ่มนาแปลงใหญ่ และสหกรณ์ เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงเมล็ดพันธุ์คุณภาพได้อย่างทั่วถึง

ต่อมาในช่วงภาคบ่าย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการการใช้สารย่อยสลายฟางข้าวและการใช้ประโยชน์จากฟางข้าว พร้อมเป็นประธานเปิดป้ายโรงงานต้นแบบการผลิตจุลินทรีย์ย่อยสลาย และเยี่ยมชมกระบวนการผลิตจุลินทรีย์ย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ ตลอดจนรับชมการสาธิตการไถเตรียมดินในแปลงที่ใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ พร้อมมอบนโยบายและแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดการเผาในพื้นที่การเกษตร

จากนั้น ได้ลงพื้นที่จุดที่ 6 ณ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 6 จังหวัดพิษณุโลก เพื่อติดตามและเร่งรัดโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำท้ายเมือง ตำบลงิ้วงาม อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นโครงการสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำของจังหวัด หลังประสบปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยซ้ำซากจากการขาดแคลนแหล่งกักเก็บน้ำที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรและการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่

สำหรับโครงการดังกล่าว กรมชลประทานมีแผนก่อสร้างประตูระบายน้ำขนาด 9 ช่อง บนแม่น้ำน่าน เพื่อกักเก็บน้ำต้นทุนได้ถึง 44.33 ล้านลูกบาศก์เมตร สนับสนุนพื้นที่ชลประทานกว่า 17,762 ไร่ ช่วยเหลือประชาชน 934 ครัวเรือน รวมทั้งช่วยรักษาระบบนิเวศ ลดปัญหาตลิ่งพัง และชะลอน้ำหลากในช่วงฤดูฝน โดยมีกรอบการดำเนินงานเดิมระหว่างปี 2571 – 2574 วงเงินงบประมาณาณ 934.35 ล้านบาท

ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินงานทุกขั้นตอน เพื่อให้สามารถเริ่มก่อสร้างได้เร็วกว่ากำหนด โดยตั้งเป้าผลักดันให้เริ่มดำเนินการภายในปี 2570 หรือเร็วกว่านั้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและเกษตรกร รวมทั้งสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำให้แก่จังหวัดพิษณุโลกอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการขับเคลื่อนงานวิจัย นวัตกรรม และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำควบคู่กัน เพื่อยกระดับภาคการเกษตรไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน

Scroll to Top